ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนนี่ก็ดีอยู่อย่าง คือสามารถลาพักร้อนได้ทุกฤดูกาล และเป็นกิจกรรมที่มีตารางวันให้ทุกปี ในสำนักงานมาตรฐานสูงๆหลายแห่งบังคับให้พนักงานได้มีการลาพักร้อนด้วยซ้ำ ต่างจากเจ้าของธุรกิจที่แม้จะหาเวลาออกไปพักผ่อน งานก็ยังเดินทางตามไปได้ทุกที่
การลาพักร้อนมีความจำเป็นต่อการทำงานในหลายปัจจัย เพราะบางครั้งการใช้ช่วงเวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ การลาพักร้อนจึงเป็นการบังคับให้ระบบงานที่มีผลต่อตัวพนักงานได้หยุดลงชั่วคราว ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นจะเป็นโอกาสที่จะปรับมุมมองของผู้ที่หยุดลาพักร้อนใหม่ และสร้างความต้องการที่จะตอบสนองต่อการทำงานใหม่ได้ดีขึ้นหลังจากกลับมาทำงาน
หากใครเคยย้ายที่ทำงานและมีการลาออกจากงาน อาจจะเคยสังเกตุเห็นตัวเองตอนไปทำงานที่ใหม่ว่า รู้สึกกระตือรือร้น อยากหางาน อยากเริ่มทำงาน หรือรีบหางานเพื่อให้ได้เงิน เพราะในช่วงเวลาเตะฝุ่นนั่นคือช่วงจังหวะที่ได้หยุดงานและได้ปลดปล่อยความกดดันจากที่ทำงานเดิมไป ดังนั้น หากใครสามารถประยุกต์ให้ช่วงวันลาพักร้อนเป็นการเปิดโอกาสให้สมองได้พักเหมือนการลาออก หรือใครก็ยอมหยุดงานแบบไม่ได้รับค่าจ้างแทนการลาพักร้อนน่าจะแสวงหาการพักแบบนี้ให้ได้เต็มที่
Showing posts with label Working Life. Show all posts
Showing posts with label Working Life. Show all posts
27 October 2015
14 August 2015
สรุปย่อสุดๆ Seminar Kbank 8-Aug-2015
เพิ่งได้มีโอกาสไป join งานสัมมนา หัวข้อ รุกธุรกิจไร้พรมแดน บน Digital Platform โดย Kbank เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ขออนุญาตอย่างย่อดังนี้ครับ
- งานเริ่มช้ามาก นัดลงทะเบียน 12.30 น. กว่าจะเริ่มได้ 14.30 น.
- ที่จัดงาน ok เลย ใหญ่โตดี แอร์เย็นจนหนาว ทำระบบ Presentation ดีมาก
- เปิดตัว Alibaba ว่ามี contact ในไทยแล้ว ทำ e-commerce แบบ Import/Export ได้
- Tarad.com มาคู่กับ pay.sn เพิ่มช่องทาง payment สำหรับคนที่ไม่สะดวกเปิด payment gateway เอง
- สัมมนาไม่มีเบรคเลย 4 ชั่วโมง โหดมั่กๆ
- เสวนาคนทำ Online เอา เอ้า ฉี ฟรุ๊ตส์, Grabtaxi, Tarad มาคุย
- เสวนาเครื่องมือทำ e-commerce มี Facebook, Google, บริษัทรับถือ Inventory Ship Yours, ความรู้การ Import/export จาก Unithai
- Kbank เปิดตัวอุปกรณ์รับรูดบัตรอย่างย่อ ราคา 1000 บาท ได้กรรมสิทธิไปเลย เอาไปต่อกับ Smart Phone ใช้รับบัตรเครดิตได้ ฟังตั้งนานมี Product ใหม่อันนี้อันเดียว
ยังไงขอบคุณ Kbank ที่จัดงาน Wrap-up ความรู้เรื่อง e-Commerce นะครับ ได้ไปเช็ค Refresh ความรู้กันบ้างก็ดีเหมือนกัน
![]() |
| Siam Green Sky, Rooftop at Siam Square One :: หน้าโรงละคร Kbank ก็จะเห็นสวนลอยฟ้าอันนี้ |
Mr.JingJun
07 July 2015
ทำงานประจำยังไงก็ไม่รวย
นักศึกษามหาวิทยาลัยที่จบใหม่ เป้าหมายแรกหลังจากจบก็คือ หางานทำให้ได้เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ แล้วจะไปเรียนต่อหรือจะไปทำธุรกิจของที่บ้านอะไรก็ว่ากันต่อไป ซึ่งนี้แหละ งานที่ต้องหาต้องเป็นงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นงานประจำ หากจะมัวรับเป็น Freelance อยู่ก็จะโดนที่บ้านต่อว่าอีกว่าไม่มั่นคงอะไรอย่างโน้นอย่างนี้
การทำงานประจำจึงเป็นการเริ่มต้นชีวิตของมนุษย์เงินเดือน ที่ในแต่ละเดือนก็จะมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าเศษรฐกิจจะยากดีมีจนอย่างไร ก็เป็นการรับประกันว่าเรายังมีรายได้ที่มั่นคงอยู่ รวมไปถึงในหลายๆหน่วยงาน ก็มีการปรับฐานเงินเดือนให้เติบโตขึ้นตามส่วน และสิ้นปีก็มีโบนัสบ้าง ไม่มีโบนัสบ้างแล้วแต่สภาพแวดล้อมก็ว่ากันไป
แม้ว่าการทำงานแบบ Freelance หรือการเปิดธุรกิจเอง เป็นทางเลือกที่มีโอกาสทำเงินก้อนโตได้ ตามความสามารถของตัวเอง แต่ในสนามธุรกิจที่ทำส่วนตัวก็เป็นบรรยากาศแบบคนในอยากออกคนนอกอยากเข้า เพราะมีทั้งผู้ที่ทำแล้วสำเร็จได้เงินเยอะ (รวย) และก็มีจุดผิดพลาดที่ทำแล้วขาดทุนไป แต่โดยมากที่เราฟังกันตามสื่อก็จะเป็นคนที่ทำสำเร็จเท่านั้นแหละที่ถูกหยิบมาพูดถึง ส่วนคนที่ขาดทุนไม่มีใครจะมาสารภาพให้สื่อฟังเท่าไหร่หรอก
การทำงานไปวันๆในสนามของมนุษย์เงินเดือน จึงเป็นจุดที่บอกได้ว่าไม่ว่าจะทำไปนานเท่าไหร่เราก็ไม่รวยขึ้น เพราะเงินได้จะมาเพียงพอต่อรายจ่ายประจำเดือน อีกทั้งในระยะเวลาหนึ่งการมีครอบครัว หรือมีลูกเต้าก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายโตทันการเติบโตของเงินเดือนนั่นแหละ จึงเป็นเหตุผลที่ทำยังไงก็ไม่รวยซักที
ปัจจัยอื่นที่จะทำให้ราวยจากงานประจำได้ จึงไม่ช่ความตั้งอกตั้งใจในการทำงานหรือรอเงินเดือนขึ้น แต่เป็นทางเลือกจากวิธีทำแค่ไม่กี่อย่าง ตามความเห็นส่วนตัว ผมว่าทางเลือกมีดังนี้
การทำงานประจำจึงเป็นการเริ่มต้นชีวิตของมนุษย์เงินเดือน ที่ในแต่ละเดือนก็จะมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าเศษรฐกิจจะยากดีมีจนอย่างไร ก็เป็นการรับประกันว่าเรายังมีรายได้ที่มั่นคงอยู่ รวมไปถึงในหลายๆหน่วยงาน ก็มีการปรับฐานเงินเดือนให้เติบโตขึ้นตามส่วน และสิ้นปีก็มีโบนัสบ้าง ไม่มีโบนัสบ้างแล้วแต่สภาพแวดล้อมก็ว่ากันไป
แม้ว่าการทำงานแบบ Freelance หรือการเปิดธุรกิจเอง เป็นทางเลือกที่มีโอกาสทำเงินก้อนโตได้ ตามความสามารถของตัวเอง แต่ในสนามธุรกิจที่ทำส่วนตัวก็เป็นบรรยากาศแบบคนในอยากออกคนนอกอยากเข้า เพราะมีทั้งผู้ที่ทำแล้วสำเร็จได้เงินเยอะ (รวย) และก็มีจุดผิดพลาดที่ทำแล้วขาดทุนไป แต่โดยมากที่เราฟังกันตามสื่อก็จะเป็นคนที่ทำสำเร็จเท่านั้นแหละที่ถูกหยิบมาพูดถึง ส่วนคนที่ขาดทุนไม่มีใครจะมาสารภาพให้สื่อฟังเท่าไหร่หรอก
การทำงานไปวันๆในสนามของมนุษย์เงินเดือน จึงเป็นจุดที่บอกได้ว่าไม่ว่าจะทำไปนานเท่าไหร่เราก็ไม่รวยขึ้น เพราะเงินได้จะมาเพียงพอต่อรายจ่ายประจำเดือน อีกทั้งในระยะเวลาหนึ่งการมีครอบครัว หรือมีลูกเต้าก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายโตทันการเติบโตของเงินเดือนนั่นแหละ จึงเป็นเหตุผลที่ทำยังไงก็ไม่รวยซักที
ปัจจัยอื่นที่จะทำให้ราวยจากงานประจำได้ จึงไม่ช่ความตั้งอกตั้งใจในการทำงานหรือรอเงินเดือนขึ้น แต่เป็นทางเลือกจากวิธีทำแค่ไม่กี่อย่าง ตามความเห็นส่วนตัว ผมว่าทางเลือกมีดังนี้
24 February 2015
Good Boos, Bad Boss
หลายตำราก็เขียนเรื่องธรรมาภิบาลที่ดี ว่าการบริหารจัดการที่ดีเป็นแบบไหน แต่ถึงกระนั้นบริษัทหลายๆที่ก็ยังมีปัหาเจ้านายที่ดี เจ้านายที่ไม่ดีอยู่ เรื่องนี้มันแก้ไม่ได้ อาจจะมาจากหลายสาเหตุ เพราะ
เจ้านายเป็นเพื่อนกันมาก่อน การที่บริษัทหน้าใหม่สร้างขึ้น ก็ต้องมาด้วยเพื่อนฝูงช่วยกันบริหาร บางทีคนที่ทำน้อยก็อยากจะไปบริหารบ้างเพราะอยากลองวิชา ก็เลยเป็นปัจจัยที่ทำให้คนที่ขาดประสบการณ์ในการบริหารขึ้นไปนั่งในระดับสั่งการ
เป็นเจ้านายเพราะเป็นเจ้าของเงิน วิธีการแบบนี้น่าจะเป็นที่มาที่ยอดนิยมที่สุดของการนั่งแท่นบริหาร เพราะเจ้าของเงินเป็นทั้งผู้จ่ายเงินเดือน จ้างคนนี้เข้า เอาคนนี้ออก ไม่ต้องตามใจระบบก็ได้ เอาแค่ตามใจฉันก็สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะโลกนี้มันทุนนิยม และเป็น KPI จอมปลอม
เป็นเจ้านายเพราะพูดเก่ง มีหลายคนที่เอาแต่พูดทั้งวี่ทั้งวัน ในท้ายสุดได้ขึ้นไปนั่งบริหาร เหตุผลด้านหนึ่งก็คือทุกคนรอบข้างเห็นว่าสามารถหยิบยกประเด็นจับแพะชนแกะได้อย่างมีเหตุผล และถือซะว่าเป็นผู้สื่อสารให้หน่วยงาน ยังไงตอนประชุมก็ต้องเอาแต่พูดอยู่แล้วนี่ ก็นั่งบริหารไปด้วยเลยละกัน อยากได้อะไรพูดมา เดี๋ยวลูกน้องทำให้
เป็นเจ้านายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการของคนข้างในเอง ในการเติบโตของบริษัทอาจจะมีความจำเป็นต้องเรียกผู้ดุแล business flow มมานั่งเป็น CEO หากสรรค์หาไม่ดี ก็ทำให้บริษัทตกที่นั่งลำบาก สุดท้ายก็ต้องมาเหนื่อย Board ในการมาพิจารณาอยู่ดีนั่นแหละ ไหนๆถ้าจะเลือกแล้ว ใช้เวลากับคัดกรองเยอะๆหน่อย
เป็นเจ้านายเพราะเจ้านาย หรือเรียกว่าให้มรดกเป็นตำแหน่งก็ได้ ในฝีมือระดับที่สู้พนักงานถ่ายเอกสารไม่ได้ แต่ด้วยความใกล้ชิดกับเจ้านายใหญ่ก็อาจจะได้แต่งตั้งให้คุมแผนกแยกย่อยไปก่อน เอาไว้ถ้าพอคุมลูกน้องได้ มีร้องเรียบไม่เยอะก็จะเอามาเป็นรองบริหารละกัน
และเป็นเจ้านายเพราะไม่ทำอะไรไม่เป็นเลย ทำได้อย่างเดียวคือใช้เงินบริษัทมาจ้าง และรักษาตำแหน่งตัวเองเอาไว้
ตัวอย่างข้างต้นเป็นที่มาของเจ้านายไม่ดี เอาไว้สอนตัวเราเองว่า ในวันหนึ่งที่ก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้นำแล้วต้องไม่ทำตัวแบบ Bad Boss เท่านั้นเอง
เจ้านายเป็นเพื่อนกันมาก่อน การที่บริษัทหน้าใหม่สร้างขึ้น ก็ต้องมาด้วยเพื่อนฝูงช่วยกันบริหาร บางทีคนที่ทำน้อยก็อยากจะไปบริหารบ้างเพราะอยากลองวิชา ก็เลยเป็นปัจจัยที่ทำให้คนที่ขาดประสบการณ์ในการบริหารขึ้นไปนั่งในระดับสั่งการ
เป็นเจ้านายเพราะเป็นเจ้าของเงิน วิธีการแบบนี้น่าจะเป็นที่มาที่ยอดนิยมที่สุดของการนั่งแท่นบริหาร เพราะเจ้าของเงินเป็นทั้งผู้จ่ายเงินเดือน จ้างคนนี้เข้า เอาคนนี้ออก ไม่ต้องตามใจระบบก็ได้ เอาแค่ตามใจฉันก็สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะโลกนี้มันทุนนิยม และเป็น KPI จอมปลอม
เป็นเจ้านายเพราะพูดเก่ง มีหลายคนที่เอาแต่พูดทั้งวี่ทั้งวัน ในท้ายสุดได้ขึ้นไปนั่งบริหาร เหตุผลด้านหนึ่งก็คือทุกคนรอบข้างเห็นว่าสามารถหยิบยกประเด็นจับแพะชนแกะได้อย่างมีเหตุผล และถือซะว่าเป็นผู้สื่อสารให้หน่วยงาน ยังไงตอนประชุมก็ต้องเอาแต่พูดอยู่แล้วนี่ ก็นั่งบริหารไปด้วยเลยละกัน อยากได้อะไรพูดมา เดี๋ยวลูกน้องทำให้
เป็นเจ้านายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการของคนข้างในเอง ในการเติบโตของบริษัทอาจจะมีความจำเป็นต้องเรียกผู้ดุแล business flow มมานั่งเป็น CEO หากสรรค์หาไม่ดี ก็ทำให้บริษัทตกที่นั่งลำบาก สุดท้ายก็ต้องมาเหนื่อย Board ในการมาพิจารณาอยู่ดีนั่นแหละ ไหนๆถ้าจะเลือกแล้ว ใช้เวลากับคัดกรองเยอะๆหน่อย
เป็นเจ้านายเพราะเจ้านาย หรือเรียกว่าให้มรดกเป็นตำแหน่งก็ได้ ในฝีมือระดับที่สู้พนักงานถ่ายเอกสารไม่ได้ แต่ด้วยความใกล้ชิดกับเจ้านายใหญ่ก็อาจจะได้แต่งตั้งให้คุมแผนกแยกย่อยไปก่อน เอาไว้ถ้าพอคุมลูกน้องได้ มีร้องเรียบไม่เยอะก็จะเอามาเป็นรองบริหารละกัน
และเป็นเจ้านายเพราะไม่ทำอะไรไม่เป็นเลย ทำได้อย่างเดียวคือใช้เงินบริษัทมาจ้าง และรักษาตำแหน่งตัวเองเอาไว้
ตัวอย่างข้างต้นเป็นที่มาของเจ้านายไม่ดี เอาไว้สอนตัวเราเองว่า ในวันหนึ่งที่ก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้นำแล้วต้องไม่ทำตัวแบบ Bad Boss เท่านั้นเอง
Written by Tiwakorn Laophulsuk
16 September 2014
รู้ทันกลโกงพนักงาน: Resume จำแลง
เมื่อได้มีโอกาสได้เจอกับมิตสหายท่านหนึ่ง ที่ทำงานเป็น CEO ของบริษัทของตนเอง และมีพนักงานอยู่ราว 100 คน ในกลุ่มงานเน้นในเชิงการตลาดมีฝ่าย Sales ขาย, มีแผนกบัญชี, ฝ่ายบุคคล, และ Office support ดูมีความชัดเจน เป็นระบบระเบียบ ซึ่งทำให้เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้เมื่อรับทราบแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าจะโดนกลโกงได้มิตรสหายได้เล่าว่า ในท้ายที่สุดต้องขอให้ผู้บริหารฝ่ายบุคคลออกจากงานไป เพราะตัวบริษัทเอาไม่อยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นและส่งผลให้กระทบต่อเนื้องานแผนกอื่นๆเป็นอย่างมาก
ตัวมิตรสหายเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกหัวหน้าบุคคลเอง จึงได้พบกับ Resume ของผู้สมัครรายหนึ่งมีดีกรีระดับ Ph.D ซึ่งจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และมีเนื้องานทำในหลากหลายด้าน ซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วยอัยการ, การทำงานบุคคลกับต่างประเทศ, การเป็นอาจารย์พิเศษประจำคณะในมหาวิทยาลัย จนแทบมีที่ว่างไม่พอจะเขียนประวัติ อีกทั้งเรียกเงินเดือนไม่สูงนักสำหรับผู้ที่มีความสามารถระดับนี้
การสัมภาษณ์เป็นไปได้ด้วยดี เพราะทางอาจารย์ผู้เข้ามาสัมภาษณ์ได้มีกรอบแนวคิดในการบริหารหารบุคคล, นโยบายการวัดผลหรือ KPI, แนวคิดการจัดผังองค์กร ซึ่งมีคำตอบที่ดีมากหลายเรื่อง ซึ่งฟังแล้วเกิดความสบายใจในการที่จะจ้างมาทำงานแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ซึ่งการตัดสินใจรับเข้าทำงานจึงเป็นการเริ่มเรื่องราวของปัญหาที่เกิดขึ้น
ตัวมิตรสหายเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกหัวหน้าบุคคลเอง จึงได้พบกับ Resume ของผู้สมัครรายหนึ่งมีดีกรีระดับ Ph.D ซึ่งจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และมีเนื้องานทำในหลากหลายด้าน ซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วยอัยการ, การทำงานบุคคลกับต่างประเทศ, การเป็นอาจารย์พิเศษประจำคณะในมหาวิทยาลัย จนแทบมีที่ว่างไม่พอจะเขียนประวัติ อีกทั้งเรียกเงินเดือนไม่สูงนักสำหรับผู้ที่มีความสามารถระดับนี้
การสัมภาษณ์เป็นไปได้ด้วยดี เพราะทางอาจารย์ผู้เข้ามาสัมภาษณ์ได้มีกรอบแนวคิดในการบริหารหารบุคคล, นโยบายการวัดผลหรือ KPI, แนวคิดการจัดผังองค์กร ซึ่งมีคำตอบที่ดีมากหลายเรื่อง ซึ่งฟังแล้วเกิดความสบายใจในการที่จะจ้างมาทำงานแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ซึ่งการตัดสินใจรับเข้าทำงานจึงเป็นการเริ่มเรื่องราวของปัญหาที่เกิดขึ้น
02 September 2014
6 ปัญหา Common ของงานบริษัท (ของผม)
แน่นอน การทำงานย่อมมีขึ้นมีลง อุปสรรคมากบ้างน้อยบ้างเป็นบางเวลา เพราะโลกแห่งความเป็นจริงไม่สามารถควบคุมปริมาณงานเข้าให้มาแบบพอดีได้ งานแต่ละชิ้นเมื่อ Breakdown งานย่อยแล้วก็มีรายละเอียดไม่เท่ากันอีกต่างหาก สิ่งนี้เกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมของผม แต่จะพยายามเขียนให้เป็นกลางไว้เพื่อใช้ในการตัดสินใจครับ
1) ผู้บริหารใช้อารมณ์ตัดสินใจ
Emotional หรือการใช้อารมณ์เป็นเหตุปกติในวิถีการดำรงชีวิต แต่ในส่วนของการทำงานการใช้อารมณ์ของตนเองชั่วขณะนั้นในการตัดสินใจย่อมเปลี่ยนรูปการณ์ของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แม้ว่าผู้บริหารที่ผลักดันงานได้ต้องมีความ Agressive อยู่ในตัว แต่แนวทางในการผลักดันเพื่อให้งานบางอย่างก้าวไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นมีวิธีการโดยใช้ศาสตร์ของการบริหารทรัพยากรบุคคลมาประยุกต์ใช้ ดีกว่าการใช้อารมณ์ฟาดลงไปที่โต๊ะเพียงอย่างเดียว
2) องค์กรบริหารโดยขาดธรรมาภิบาล
แนวคิดในการบริหารงานแบบองค์กรธรรมภิบาลต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่างที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ นอกจากผู้บริหารต้องมีแนวคิดนี้แล้ว หัวหน้าแผนกสำคัญต่างๆก็ต้องมีความเข้าใจในหลักธรรมาภิบาลด้วย ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจที่มีความสำคัญสูงๆ สามารถปฏิบัติจริงได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง (Realistic) และนำไปสู่การปฏิบัติได้ หากแต่องค์กรที่หัวหน้าแผนกเกรงใจต่อการตัดสินใจของ CEO แล้วไม่คัดค้านย่อมส่งผลเสียต่อการปฏิบัติ ที่นอกจากจะไม่ช่วยลดปัญหาแล้ว ยังเป็นการซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมและรอปัญหามันล้นขึ้นมาให้เห็นเอง
1) ผู้บริหารใช้อารมณ์ตัดสินใจ
Emotional หรือการใช้อารมณ์เป็นเหตุปกติในวิถีการดำรงชีวิต แต่ในส่วนของการทำงานการใช้อารมณ์ของตนเองชั่วขณะนั้นในการตัดสินใจย่อมเปลี่ยนรูปการณ์ของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แม้ว่าผู้บริหารที่ผลักดันงานได้ต้องมีความ Agressive อยู่ในตัว แต่แนวทางในการผลักดันเพื่อให้งานบางอย่างก้าวไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นมีวิธีการโดยใช้ศาสตร์ของการบริหารทรัพยากรบุคคลมาประยุกต์ใช้ ดีกว่าการใช้อารมณ์ฟาดลงไปที่โต๊ะเพียงอย่างเดียว
2) องค์กรบริหารโดยขาดธรรมาภิบาล
แนวคิดในการบริหารงานแบบองค์กรธรรมภิบาลต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่างที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ นอกจากผู้บริหารต้องมีแนวคิดนี้แล้ว หัวหน้าแผนกสำคัญต่างๆก็ต้องมีความเข้าใจในหลักธรรมาภิบาลด้วย ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจที่มีความสำคัญสูงๆ สามารถปฏิบัติจริงได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง (Realistic) และนำไปสู่การปฏิบัติได้ หากแต่องค์กรที่หัวหน้าแผนกเกรงใจต่อการตัดสินใจของ CEO แล้วไม่คัดค้านย่อมส่งผลเสียต่อการปฏิบัติ ที่นอกจากจะไม่ช่วยลดปัญหาแล้ว ยังเป็นการซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมและรอปัญหามันล้นขึ้นมาให้เห็นเอง
15 July 2014
ทำงาน (IT) ตั้งนาน เงินเดือนไม่ขึ้นซักที
ไม่นานมานี้ ใน Facebook ของมิตรสหายท่านหนึ่ง ซึ่งทำงานในตำแหน่ง IT Support ได้บ่นยาวใน Timeline ว่า ลาออกจากบริษัทเดิม เพราะน้อยใจโบนัสไม่ขึ้น คะแนน KPI ไม่ดี แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงก็เลยลาออกซะ ซึ่งก็มีเพื่อนฝูงมาช่วยกด Like ให้กำลังใจมากมาย รวมถึงตัวเราเองก็ไปกด Like ช่วยเป็นกำลังใจด้วย
ด้วยเกรงว่าไป Post กลางวง เดี๋ยวจะทำให้เสียน้ำใจเฉยๆ จึงแอบมาให้แนวคิดผ่าน Blog เอาไว้ในแง่มุมของมนุษย์เงินเดือนทาง IT ว่าอะไรเป็นแนวคิดสำหรับการทำงานที่จะทำให้ตัวเราโตขึ้น ทั้งเงินเดือนและวุฒิภาวะการทำงาน
พิจารณาหัวหน้างาน เป็นอย่างแรกก่อนเลย ว่าหัวหน้างานของเรามีความเชี่ยวชาญหรือเข้าใจกลไกทาง Business ด้าน IT หรือไม่ แม้ว่าบริษัทฯ จะไม่ได้เป็นผู้ประกอบการด้าน IT แต่ผู้ที่จะอยู่ในสายงานที่ควบคุมบริหารจัดการด้าน IT จะต้องมีความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ ICT และเข้าใจคนทำงานด้าน IT ให้ได้ หากข้อนี้สอบไม่ผ่าน เราจะทำดีให้ตายแค่ไหนเขาอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญก็ได้ ทางเลือกแรกควรเป็นการชี้แจงหรือ update เนื้องานให้เขาเข้าใจมากขึ้นไปเรื่อยๆ (สอนหัวหน้า) แต่ถ้าในระยะหนึ่งหากหัวหน้างานไม่สนใจแล้วก็ป่วยการ การเปลี่ยนงานเป็นทางเลือกที่ถูกแล้ว
พิจารณาตัวเอง ว่า เราเองเป็นผู้ที่เอาใจใส่ต่อชิ้นงานมากแค่ไหน เป็นคนที่ช่วยเหลืองานให้ทีมเกิดความคล่องตัวในการทำให้โครงการ หรือ Assignment เสร็จสิ้นลงอย่างมีคุณภาพหรือไม่ หากเราเป็นคนแบบว่า "หัวหน้ายังไม่บอกให้ทำ" แล้วไม่ยอมคิดว่าที่จะลองไปเริ่มทำดู ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หัวหน้าหรือทีมจะไม่เห็นความสำคัญของการมีเราอยู่ และก็รอเวลาให้เราเบื่อแล้วก็เดินออกไปจากบริษัทเอง
ตั้งคำถามให้เป็น เพราะคำถามที่ดีมักจะมีค่ามากกว่าคำตอบที่ดี การถามคำถามจะเป็นตัวช่วยให้คนที่อยู่มาก่อนทราบได้ว่าเรามีกระบวนการคิดในเนื้องานที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ อีกทั้งช่วยให้เราได้แนวทางในการทำงานให้สำเร็จเร็วขึ้นกว่าการไปนั่งงมหาขั้นตอนหรือลำดับการทำงานเอง อีกทั้งคำถามยังช่วยให้คนอื่นได้รู้ว่าตอนนี้เรารับรู้และแก้ปัญหาอะไรอยู่ได้อีกด้วย
ด้วยเกรงว่าไป Post กลางวง เดี๋ยวจะทำให้เสียน้ำใจเฉยๆ จึงแอบมาให้แนวคิดผ่าน Blog เอาไว้ในแง่มุมของมนุษย์เงินเดือนทาง IT ว่าอะไรเป็นแนวคิดสำหรับการทำงานที่จะทำให้ตัวเราโตขึ้น ทั้งเงินเดือนและวุฒิภาวะการทำงาน
พิจารณาหัวหน้างาน เป็นอย่างแรกก่อนเลย ว่าหัวหน้างานของเรามีความเชี่ยวชาญหรือเข้าใจกลไกทาง Business ด้าน IT หรือไม่ แม้ว่าบริษัทฯ จะไม่ได้เป็นผู้ประกอบการด้าน IT แต่ผู้ที่จะอยู่ในสายงานที่ควบคุมบริหารจัดการด้าน IT จะต้องมีความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ ICT และเข้าใจคนทำงานด้าน IT ให้ได้ หากข้อนี้สอบไม่ผ่าน เราจะทำดีให้ตายแค่ไหนเขาอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญก็ได้ ทางเลือกแรกควรเป็นการชี้แจงหรือ update เนื้องานให้เขาเข้าใจมากขึ้นไปเรื่อยๆ (สอนหัวหน้า) แต่ถ้าในระยะหนึ่งหากหัวหน้างานไม่สนใจแล้วก็ป่วยการ การเปลี่ยนงานเป็นทางเลือกที่ถูกแล้ว
พิจารณาตัวเอง ว่า เราเองเป็นผู้ที่เอาใจใส่ต่อชิ้นงานมากแค่ไหน เป็นคนที่ช่วยเหลืองานให้ทีมเกิดความคล่องตัวในการทำให้โครงการ หรือ Assignment เสร็จสิ้นลงอย่างมีคุณภาพหรือไม่ หากเราเป็นคนแบบว่า "หัวหน้ายังไม่บอกให้ทำ" แล้วไม่ยอมคิดว่าที่จะลองไปเริ่มทำดู ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หัวหน้าหรือทีมจะไม่เห็นความสำคัญของการมีเราอยู่ และก็รอเวลาให้เราเบื่อแล้วก็เดินออกไปจากบริษัทเอง
ตั้งคำถามให้เป็น เพราะคำถามที่ดีมักจะมีค่ามากกว่าคำตอบที่ดี การถามคำถามจะเป็นตัวช่วยให้คนที่อยู่มาก่อนทราบได้ว่าเรามีกระบวนการคิดในเนื้องานที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ อีกทั้งช่วยให้เราได้แนวทางในการทำงานให้สำเร็จเร็วขึ้นกว่าการไปนั่งงมหาขั้นตอนหรือลำดับการทำงานเอง อีกทั้งคำถามยังช่วยให้คนอื่นได้รู้ว่าตอนนี้เรารับรู้และแก้ปัญหาอะไรอยู่ได้อีกด้วย
22 April 2014
โดนไล่ออกเพราะไปม็อบ เหรอ??
เก็บตกจากมหกรรมม็อบ กปปส. ที่ปิดกรุงเทพไปยาวนานร่วม 4 เดือน ใน Facebook ก็มีเรื่องแต่งเพื่อให้คนทำงานอ่านเพลินๆ โดยมีเนื้อหาว่า คนใน Office ไปม็อบแล้วโดนผู้บริหารไล่ออก สำหรับคนเป็นเสื้อแดงอ่านแล้วก็คงสะใจดี ส่วนคนที่เป็น กปปส. ก็คงจะด่าว่าสำนักงานนี้มันแล้งน้ำใจ แต่คำตอบของไทยเฉยคือ เรื่องแต่งครับ
การเลิกจ้าง ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อ้างอิงจาก มาตราที่ 118-122 ซึ่งการเลิกจ้างจะต้องมีเหตุผลประกอบที่ชัดเจนถึงเหตุที่จะต้องเลิกจ้าง และต้องไม่ขัดแย้งต่อข้อกฎหมาย หากการให้ออกไม่ใช่เพราะกระทำผิดร้ายแรงหรือหมดเวลาตามสัญญา ก็มีความจำเป็นที่นายจ้างจะต้องเสียค่าชดเชย (ค่าปรับให้ฐานไล่ออก) ตามกฎหมายด้วย
หากจะคิดตามเรื่องแต่งก็คือ ผู้ที่ไปร่วมม็อบนี้ต้องมีการทำผิดระเบียบบริษัทอยู่แล้ว และการไล่ออกในครั้งนี้ถือเป็นการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรรอบสุดท้าย บริษัทจึงจะไม่เสียค่าชดเชย
จงดีใจหากคุณถูกไล่ออกฟ้าแลบด้วยวิธีการนี้ เพราะยังไงก็ได้เงินแน่ๆ อิ อิ
การเลิกจ้าง ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อ้างอิงจาก มาตราที่ 118-122 ซึ่งการเลิกจ้างจะต้องมีเหตุผลประกอบที่ชัดเจนถึงเหตุที่จะต้องเลิกจ้าง และต้องไม่ขัดแย้งต่อข้อกฎหมาย หากการให้ออกไม่ใช่เพราะกระทำผิดร้ายแรงหรือหมดเวลาตามสัญญา ก็มีความจำเป็นที่นายจ้างจะต้องเสียค่าชดเชย (ค่าปรับให้ฐานไล่ออก) ตามกฎหมายด้วย
หากจะคิดตามเรื่องแต่งก็คือ ผู้ที่ไปร่วมม็อบนี้ต้องมีการทำผิดระเบียบบริษัทอยู่แล้ว และการไล่ออกในครั้งนี้ถือเป็นการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรรอบสุดท้าย บริษัทจึงจะไม่เสียค่าชดเชย
จงดีใจหากคุณถูกไล่ออกฟ้าแลบด้วยวิธีการนี้ เพราะยังไงก็ได้เงินแน่ๆ อิ อิ
Written by Tiwakorn Laophulsuk
11 April 2014
ระเบียบไม่ผ่าน งบไม่มี คนไม่พอ สูตรสำเร็จข้ออ้างราชการ
เมื่อกล่าวถึงระบบราชการ หลายคนคงนึกออกในคำกล่าวประเภทว่า ทำงานเช้าชามเย็นชาม คงเป็นเพราะในอดีตจนถึงปัจจุบันการทำงานราชการนั้นมีความมั่นคงสูง ถ้าไม่ทำผิดระเบียบร้ายแรงก็คงไม่โดนอะไร อย่างน้อยที่สุดหากอยู่ในการทำงานแบบ "ชั่วไม่มี ดีไม่ปรากฏ" ก็ได้เลื่อนขั้นนึงพอเป็นพิธีทุกทีไป เหตุการณ์อาจจะเปลี่ยนแปลงไปมากหน่อยตอนช่วงรัฐบาลคุณทักษิณ ที่ปรับโครงสร้างระบบราชการขนานใหญ่ ทั้งการเพิ่มระบบ KPI, การประเมินผลงานประจำปี, ระเบียบการทำงานแบบ P4P ในกระทรวงสาธรณะสุขซึ่งข้อเป็นข้อที่กวนใจข้าราชการหลายภาคส่วนอยู่
ระบบงานราชการแม้ว่าจะมองว่ามีขั้นมีตอนและอาจจะทำให้เกิดความล่าช้า แต่เป็นกระบวนการเพื่อทำให้เกิดความถูกต้อง เมื่อมีงานใหม่ก็จะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้, การศึกษาวิธีการทำงาน, ถ้าระเบียบในหน่วยงานไม่รองรับก็ต้องถ่ายทอดขึ้นไป จนอาจจะถึงระดับ ครม. เพื่อให้ตัดสินใจเรื่องวิธีการ ซึ่งเป็นเหตุผลข้อแรกของข้ออ้างเมื่อมีงานใหม่ว่า "ระเบียบไม่ผ่าน"
ระบบงานราชการแม้ว่าจะมองว่ามีขั้นมีตอนและอาจจะทำให้เกิดความล่าช้า แต่เป็นกระบวนการเพื่อทำให้เกิดความถูกต้อง เมื่อมีงานใหม่ก็จะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้, การศึกษาวิธีการทำงาน, ถ้าระเบียบในหน่วยงานไม่รองรับก็ต้องถ่ายทอดขึ้นไป จนอาจจะถึงระดับ ครม. เพื่อให้ตัดสินใจเรื่องวิธีการ ซึ่งเป็นเหตุผลข้อแรกของข้ออ้างเมื่อมีงานใหม่ว่า "ระเบียบไม่ผ่าน"
04 April 2014
รู้ทันกลโกงพนักงาน: แปลงบัตรเครดิตเป็นเงินสด
ห้างร้านที่เป็นร้านค้าขายปลีก โดยเฉพาะร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นแบบ Brand หรือไม่มี Brand ผมเชื่อว่าทุกร้านเวลาขายสินค้าหรือบริการจะต้องมีความสามารถในการรับบัตรเครติดแน่นอน แต่ในบทความวันนี้ไม่ได้มาพูดเรื่องการรับบัตรเหมือนที่เคย แต่จะเป็นประเด็นปัญหาภายในเกี่ยวกับการรับบัตรเครดิต โดยเฉพาะกับเครื่องที่ไม่มีระบบ Autolink กับอุปกรณ์ POS
กรณีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับร้าน A (ชื่อร้านสมมติ) คือ ลูกค้าเมื่อซื้อสินค้าเสร็จและมีความต้องการจะชำระเงินเป็นเงินสด สมมติเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท พนักงานร้าน A ก็ได้รับเงินเข้ามาและทำการขายในขั้นตอนปกติ เมื่อมีใบเสร็จออกมาจากเครื่องที่เห็นแค่ยอดรวม ทางพนักงานได้มอบใบเสร็จให้ลูกค้าไป ซึ่งในมุมมองของลูกค้านั้นถือว่าจบการซื้อ/ขาย เพราะได้รับใบเสร็จที่ระบุยอดเงินเบื้องต้นแล้ว
เมื่อลูกค้าเดินจากไป พนักงานขายร้าน A จึงหยิบบัตรเครดิตของเพื่อนที่คุ้นเคย (เพราะใช้บัตรของตัวเองบริษัทก็รู้น่ะสิ) และกำหนดให้เครื่องขายทำขั้นตอนการชำระเงินต่อด้วยบัตรเครดิต แล้วรูดบัตรในยอดเงิน 2,000 บาท เท่าจำนวนที่ลูกค้ารายนั้นซื้อ และได้หยิบเงินออกจากลิ้นชักเป็นเงินสดจำนวน 2,000 บาท
กรณีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับร้าน A (ชื่อร้านสมมติ) คือ ลูกค้าเมื่อซื้อสินค้าเสร็จและมีความต้องการจะชำระเงินเป็นเงินสด สมมติเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท พนักงานร้าน A ก็ได้รับเงินเข้ามาและทำการขายในขั้นตอนปกติ เมื่อมีใบเสร็จออกมาจากเครื่องที่เห็นแค่ยอดรวม ทางพนักงานได้มอบใบเสร็จให้ลูกค้าไป ซึ่งในมุมมองของลูกค้านั้นถือว่าจบการซื้อ/ขาย เพราะได้รับใบเสร็จที่ระบุยอดเงินเบื้องต้นแล้ว
เมื่อลูกค้าเดินจากไป พนักงานขายร้าน A จึงหยิบบัตรเครดิตของเพื่อนที่คุ้นเคย (เพราะใช้บัตรของตัวเองบริษัทก็รู้น่ะสิ) และกำหนดให้เครื่องขายทำขั้นตอนการชำระเงินต่อด้วยบัตรเครดิต แล้วรูดบัตรในยอดเงิน 2,000 บาท เท่าจำนวนที่ลูกค้ารายนั้นซื้อ และได้หยิบเงินออกจากลิ้นชักเป็นเงินสดจำนวน 2,000 บาท
25 March 2014
Super Salary Person
ชีวิตการทำงานของหลายคนยุดหนึ่งคงผ่านประสบการณ์ของความเป็น "มนุษย์เงินเดือน" มาอยู่แล้วแน่นอน แน่นอนที่สุดของด้านดีในการทำงานของมนุษย์เงินเดือนคือความสามารถที่จะคิดได้ว่า ตัวกูของกู และการทำงานที่สามารถเข้างาน 8 โมงเลิก 5 โมงได้แบบไม่คะเขิน อีกทั้งอยู่รอดลอยตัวบนสถานการณ์เลวร้ายหลายอย่างทางธุรกิจได้ เช่น ภัยธรรมชาติ, ความไม่สงบของบ้านเมือง เพราะยังไงเสียเงินเดือนก็ต้องมาตอนสิ้นเดือนอยู่แล้ว
แต่สำหรับคนที่ทำงานกินเงินเดือนที่สามารถคิดเผื่อผู้ประกอบการนั้นช่างหาได้น้อยนัก สำหรับเจ้าของกิจการนั้น ถ้าเจอลูกน้องแบบนี้แล้วควรจะเก็บเขาไว้ให้นานที่สุด
1) จิตอาสา พยายามขอแบ่งงานเมื่อตนเองว่างเสมอ แม้ว่าจะชิวไปเล่น Facebook ได้ หรืออาสาทำงานในหน้าที่ของคนอื่นเมื่อตนเองว่างเว้นจากงานปกติ
2) Optimize คิดให้ธุรกิจสามารถทำงานแบบลดต้นทุนได้โดยมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถคิดแทนผู้ประกอบการในทางเลือกที่ดีในการจ่ายเงิน ที่สามารถช่วยหาทางเลือกในการจ่ายน้อยลงในระหว่างที่ให้ผลการทำงานดีเช่นเดิม
3) Prioritize ลูกน้องที่จัดลำดับความสำคัญของงานได้ตรงใจนายจ้าง สามารถเข้าใจแนวคิดของธุรกิจเพื่อนำมาปรับใช้ในการตัดสินใจด้วยตนเองที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายภาระการตัดสินใจจากผู้บริหารได้มากโข
4) ยก Solution มากกว่าการยกปัญหา เมื่อสอบถามข้อมูลใดๆแล้วคำตอบที่ได้จะหยิบยกเป็นแนวทางหรือทางเลือกในการแก้ไขปัญหาเสมอ เพราะจะเป็นเรื่องง่ายกว่าถ้าการทำงานแล้วเลือกกล่าวโทษสิ่งแวดล้อมหรือแผนกงานอื่นๆ แต่สำหรับ Super Salary Man แล้วจะเลือกมุ่งหน้าสู่การแก้ไขปัญหาไปเลย
5) บริหารชีวิตส่วนตัวดี มีปัญหาชีวิตน้อย ปัญหาการป่วยบ่อย, ญาติเสีย, หมาที่บ้านขาหัก, ลูกเข้าโรงพยาบาล จะได้ยินไม่บ่อยนักจาก Super Salary Man เพราะการบริหารจัดการที่บ้านสามารถทำได้ดีมีสมดุล
6) Active เสมอ แม้ Super Salary Man จะไม่ใช่เป็นคนทำงานตลอดเวล่า 24 ชั่วโมง แต่ในกรอบการทำงานสามารถทำงานได้เต็มที่ และรู้จักการผ่อนสั้นผ่อนยาวและทำงานอย่างมีพลังอยู่เสมอ
7) การสื่อสารดี มีความรู้จักบอกหรือสอบถามเมื่อมีเรื่องขัดข้อง และ update เรื่องต่างๆที่สมควรให้ผู้บริหารรับทราบอย่างดี และเหมาะสม
เช่นเดียวกันถ้าอยากได้ลูกน้องที่ดีแบบนี้ ก็ต้องเป็นเจ้านายที่ดีด้วย เพราะมนุษย์เงินเดือนที่จะทำเผื่อธุรกิจนั้นหาได้น้อยอย่างยิ่งในโลกการทำงานในทุกวันนี้
แต่สำหรับคนที่ทำงานกินเงินเดือนที่สามารถคิดเผื่อผู้ประกอบการนั้นช่างหาได้น้อยนัก สำหรับเจ้าของกิจการนั้น ถ้าเจอลูกน้องแบบนี้แล้วควรจะเก็บเขาไว้ให้นานที่สุด
1) จิตอาสา พยายามขอแบ่งงานเมื่อตนเองว่างเสมอ แม้ว่าจะชิวไปเล่น Facebook ได้ หรืออาสาทำงานในหน้าที่ของคนอื่นเมื่อตนเองว่างเว้นจากงานปกติ
2) Optimize คิดให้ธุรกิจสามารถทำงานแบบลดต้นทุนได้โดยมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถคิดแทนผู้ประกอบการในทางเลือกที่ดีในการจ่ายเงิน ที่สามารถช่วยหาทางเลือกในการจ่ายน้อยลงในระหว่างที่ให้ผลการทำงานดีเช่นเดิม
3) Prioritize ลูกน้องที่จัดลำดับความสำคัญของงานได้ตรงใจนายจ้าง สามารถเข้าใจแนวคิดของธุรกิจเพื่อนำมาปรับใช้ในการตัดสินใจด้วยตนเองที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายภาระการตัดสินใจจากผู้บริหารได้มากโข
4) ยก Solution มากกว่าการยกปัญหา เมื่อสอบถามข้อมูลใดๆแล้วคำตอบที่ได้จะหยิบยกเป็นแนวทางหรือทางเลือกในการแก้ไขปัญหาเสมอ เพราะจะเป็นเรื่องง่ายกว่าถ้าการทำงานแล้วเลือกกล่าวโทษสิ่งแวดล้อมหรือแผนกงานอื่นๆ แต่สำหรับ Super Salary Man แล้วจะเลือกมุ่งหน้าสู่การแก้ไขปัญหาไปเลย
5) บริหารชีวิตส่วนตัวดี มีปัญหาชีวิตน้อย ปัญหาการป่วยบ่อย, ญาติเสีย, หมาที่บ้านขาหัก, ลูกเข้าโรงพยาบาล จะได้ยินไม่บ่อยนักจาก Super Salary Man เพราะการบริหารจัดการที่บ้านสามารถทำได้ดีมีสมดุล
6) Active เสมอ แม้ Super Salary Man จะไม่ใช่เป็นคนทำงานตลอดเวล่า 24 ชั่วโมง แต่ในกรอบการทำงานสามารถทำงานได้เต็มที่ และรู้จักการผ่อนสั้นผ่อนยาวและทำงานอย่างมีพลังอยู่เสมอ
7) การสื่อสารดี มีความรู้จักบอกหรือสอบถามเมื่อมีเรื่องขัดข้อง และ update เรื่องต่างๆที่สมควรให้ผู้บริหารรับทราบอย่างดี และเหมาะสม
เช่นเดียวกันถ้าอยากได้ลูกน้องที่ดีแบบนี้ ก็ต้องเป็นเจ้านายที่ดีด้วย เพราะมนุษย์เงินเดือนที่จะทำเผื่อธุรกิจนั้นหาได้น้อยอย่างยิ่งในโลกการทำงานในทุกวันนี้
Written by Tiwakorn Laophulsuk
04 March 2014
ประสิทธิภาพการทำงาน
ย้อนอดีตหน่อยสำหรับข้อมูลสรุปตั้งแต่สัมนาบริษัทตอนที่ไปทำ CSR และ Outing ที่หัวหิน เนื้อหาสาระสำคัญก็อยู่ที่การบรรยายที่แหละ ที่เป็นเนื้อๆของกิจกรรม ซึ่งท่านวิทยากรได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทำงานที่น่าสนใจหลายประเด็น ดังต่อไปนี้ครับ
เริ่มแรกก็คงให้เราเข้าใจคำว่า "งาน" เสียก่อน หัวใจของการทำงานนอกจากทำเพื่อสร้างรายได้แล้วยังทำให้เกิดคุณค่าต่อตนเอง, ความพึงพอใตในความสำเร็จ, และการต่อยอดเพื่อเกิดนวัตกรรม
ประเด็นที่สองก็ทำให้เข้าใจเรื่องขององค์กร ที่กล่างถึงปัญหาองค์กรที่ต้องเผชิญ ทั้งการตลาด, คู่แข่ง ซึ่งเราสามารถป้องกันองค์กรได้โดยการแก้ไขคุณภาพของสินค้าและบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการที่เหมาะสม และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับลูกค้า หรือ CEM (Customer Experience Management)
ความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ได้แก่การรักษาสุขภาพ, การประเมินความเครียด, ความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญของงาน, การมอบหมายงานถึงส่งต่องานที่เหมาะสม
การพัฒนาปรับปรุงงานให้ดีขึ้นเสมอ หรือ PDCA หรือ Plan, Do, Check, Adjust
การทำงานเป็นทีมด้วยเทคนิค ABCD คือ Accurate, Brief, Clear, Done ซึ่งในส่วนของการทำงานเป็นทีม มีหลักการสำคัญๆหลายตัว ซึ่งผมอยากบันทึกไว้ ดังนี้ครับ
เริ่มแรกก็คงให้เราเข้าใจคำว่า "งาน" เสียก่อน หัวใจของการทำงานนอกจากทำเพื่อสร้างรายได้แล้วยังทำให้เกิดคุณค่าต่อตนเอง, ความพึงพอใตในความสำเร็จ, และการต่อยอดเพื่อเกิดนวัตกรรม
ประเด็นที่สองก็ทำให้เข้าใจเรื่องขององค์กร ที่กล่างถึงปัญหาองค์กรที่ต้องเผชิญ ทั้งการตลาด, คู่แข่ง ซึ่งเราสามารถป้องกันองค์กรได้โดยการแก้ไขคุณภาพของสินค้าและบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการที่เหมาะสม และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับลูกค้า หรือ CEM (Customer Experience Management)
การทำงานเป็นทีมด้วยเทคนิค ABCD คือ Accurate, Brief, Clear, Done ซึ่งในส่วนของการทำงานเป็นทีม มีหลักการสำคัญๆหลายตัว ซึ่งผมอยากบันทึกไว้ ดังนี้ครับ
21 February 2014
รู้ทันกลโกงพนักงาน: เงินเดือนจาก HR
อีกเรื่องใน Series กลโกงพนักงาน คราวนี้มาในรูปแบบของเงินเดือนที่เกิดปัญหาขึ้นโดย HR ซึ่งหลายคนก็อาจจะแปลกใจเมื่อเงินเดือนอยู่กับ HR แล้วจะมีปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะพนักงานก็ต้องได้รับเงินเดือนทั้งหมด ตัวบริษัทฯก็ต้องดูเรื่องภาษีทั้งหมด โกงไม่ได้ โปรดติดตามและคิดตามดังต่อไปนี้
สืบเนื่องจากบริษัทของมิตรสหายท่านหนึ่ง เป็นองค์กรขนาดกลาง มีพนักงานราวๆ 200 คน ระบบการบริหารเงินเดือนจึงถูกทำโดยแผนกบุคคล (ตามปกติ) ผ่านระบบซอฟท์แวร์บริหารจัดการเงินเดือน ซึ่งในแต่ละรอบก็จะมีการส่งตรวจสอบบัญชีเงินเดือนไปยังฝ่ายบัญชี และตามด้วยกรรมการบริษัทก่อนการอนุมัติ
บริษัทของมิตรสหายท่านนี้ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับธนาคาร โดยที่ธนาคารสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีใหม่ของพนักงาน รวมไปถึงบัตรเดบิตโดยที่ไม่ต้องฝากเงินขั้นต่ำเอาไว้ก่อน และด้วยองค์ประกอบเหล่านี้นี่เองจึงเริ่มทำให้เกิดปัญหากลโกงพนักงานในรอบนี้
อยู่มาวันหนึ่งหัวหน้าแผนกบุคคลของมิตรสหายท่านนี้ได้เริ่มทำการบันทึกประวัติพนักงานที่ลาออกไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ เพราะมีอำนาจในการแก้ไขข้อมูล พร้อมกับตั้งฐานเงินเดือนขึ้นมาเป็นจำนวนไม่มาก (ราวๆ 6,000 บาท) และมีการสร้างตัวเลขรายรับ, รายหัก เช่น มีการมาสาย, มีการได้เงินค่าคอมมิสชัน เสมือนประหนึ่งเป็นคนจริงๆ
สืบเนื่องจากบริษัทของมิตรสหายท่านหนึ่ง เป็นองค์กรขนาดกลาง มีพนักงานราวๆ 200 คน ระบบการบริหารเงินเดือนจึงถูกทำโดยแผนกบุคคล (ตามปกติ) ผ่านระบบซอฟท์แวร์บริหารจัดการเงินเดือน ซึ่งในแต่ละรอบก็จะมีการส่งตรวจสอบบัญชีเงินเดือนไปยังฝ่ายบัญชี และตามด้วยกรรมการบริษัทก่อนการอนุมัติ
บริษัทของมิตรสหายท่านนี้ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับธนาคาร โดยที่ธนาคารสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีใหม่ของพนักงาน รวมไปถึงบัตรเดบิตโดยที่ไม่ต้องฝากเงินขั้นต่ำเอาไว้ก่อน และด้วยองค์ประกอบเหล่านี้นี่เองจึงเริ่มทำให้เกิดปัญหากลโกงพนักงานในรอบนี้
อยู่มาวันหนึ่งหัวหน้าแผนกบุคคลของมิตรสหายท่านนี้ได้เริ่มทำการบันทึกประวัติพนักงานที่ลาออกไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ เพราะมีอำนาจในการแก้ไขข้อมูล พร้อมกับตั้งฐานเงินเดือนขึ้นมาเป็นจำนวนไม่มาก (ราวๆ 6,000 บาท) และมีการสร้างตัวเลขรายรับ, รายหัก เช่น มีการมาสาย, มีการได้เงินค่าคอมมิสชัน เสมือนประหนึ่งเป็นคนจริงๆ
11 February 2014
รู้ทันกลโกงพนักงาน: ช่องว่างเงินประกันสังคม
ตำแหน่ง Office Admin ที่มีหน้าที่ประสานงานในเรื่องการส่งเอกสารบัญชีหรือรวบรวมข้อมูลเอกสารสำคัญต่างๆ ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดปัญหาได้ด้วย
บริษัทของมิตรสหายท่านหนึ่งที่เป็นบริษัทเล็ก ที่มีผู้ทำงานประมาณ 15 คน กลับพบปัญหาว่า เจ้าหน้าที่ Office Admin ได้ทำการฉ้อโกงเงินประกันสังคมไป โดยเอาเงินจากการโอนยอดชำระประกันสังคมจากผู้รับทำบัญชี ก็เลยงงว่า เอ๊ะ ถ้าโอนเงินไปยังบริษัททำบัญชีแล้ว Office Admin จะเอาเงินไปอย่างไร ลองดูลำดับเหตุการณ์ต่อไปนี้
ในการขึ้นข้อมูลประกันสังคม ผู้ดำเนินการที่จัดการกับข้อมูลบุคคล (คนทำ Payroll) จะสรุปข้อมูลเงินเดือนออกมาให้เพื่อให้ Admin ช่วยขึ้นข้อมูลประกันสังคมและประสานบริษัทบัญชีเพื่อการนำส่ง ซึ่งในตอนแรกที่ทำสัญญาไว้กับผู้ทำบัญชีคือจัดทำบัญชีภาษี VAT, หัก ณ ที่จ่าย, และการส่งประกันสังคม
ในเวลาต่อมา Office Admin ได้ใช้ความคุ้นเคยกับพนักงานที่ดูแลบัญชี แจ้งความประสงค์ว่าจะขอยกเลิกการนำส่งประกันสังคม เพราะบริษัทฯ จะนำส่งประกันสังคมด้วยตัวเอง หลังจากนั้น Admin ของบริษัทฯที่ดูแลประกันสังคมจึงทำการคำนวณประกันสังคมแต่ไม่ส่งรายชื่อและจำนวนเงินไปบริษัททำบัญชี
บริษัทของมิตรสหายท่านหนึ่งที่เป็นบริษัทเล็ก ที่มีผู้ทำงานประมาณ 15 คน กลับพบปัญหาว่า เจ้าหน้าที่ Office Admin ได้ทำการฉ้อโกงเงินประกันสังคมไป โดยเอาเงินจากการโอนยอดชำระประกันสังคมจากผู้รับทำบัญชี ก็เลยงงว่า เอ๊ะ ถ้าโอนเงินไปยังบริษัททำบัญชีแล้ว Office Admin จะเอาเงินไปอย่างไร ลองดูลำดับเหตุการณ์ต่อไปนี้
ในการขึ้นข้อมูลประกันสังคม ผู้ดำเนินการที่จัดการกับข้อมูลบุคคล (คนทำ Payroll) จะสรุปข้อมูลเงินเดือนออกมาให้เพื่อให้ Admin ช่วยขึ้นข้อมูลประกันสังคมและประสานบริษัทบัญชีเพื่อการนำส่ง ซึ่งในตอนแรกที่ทำสัญญาไว้กับผู้ทำบัญชีคือจัดทำบัญชีภาษี VAT, หัก ณ ที่จ่าย, และการส่งประกันสังคม
ในเวลาต่อมา Office Admin ได้ใช้ความคุ้นเคยกับพนักงานที่ดูแลบัญชี แจ้งความประสงค์ว่าจะขอยกเลิกการนำส่งประกันสังคม เพราะบริษัทฯ จะนำส่งประกันสังคมด้วยตัวเอง หลังจากนั้น Admin ของบริษัทฯที่ดูแลประกันสังคมจึงทำการคำนวณประกันสังคมแต่ไม่ส่งรายชื่อและจำนวนเงินไปบริษัททำบัญชี
04 February 2014
เมื่องานที่ต้องทำมันหลายเรื่อง (Human Multitask)
เพราะโลกการทำงานของมนุษย์เงินเดือนเราในทุกวันนี้ชักจะอยู่ยากขึ้นทุกวัน ด้วยเหตุที่วิวัฒนาการของงานที่ทำมีความก้าวหน้ามากกว่าอดีต การมีทรัยากรบุคคลมีฝีมือที่จำกัด การที่องค์กรมอบหมายงานหรือโครงการให้ผู้ทำงานพร้อมๆ กันหลายงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติไปเสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูงซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เอกสารอ้างอิงและบทความทางวิชาการหลายเรื่อง ไม่ได้คัดค้านการทำ Multitask หรือ Human Task Switching เพียงแค่ชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์ของการทำมันก็อาจจะไม่ดีนัก หนึ่งในนั้นเป็นบทความของ LA Times โดย David E. Meyer นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้ให้ความเห็นว่าการทำงานของคนเราจะจัดการงานที่จับต้องได้ทีละเรื่อง การได้ทำงานหลายๆ เรื่องในขณะเดียวกันจะเป็นการเพิ่มเวลาของสมองในการหยุดงานเรื่องหนึ่งเพื่อย้ายไปทำงานอีกเรื่องหนึ่ง การรวมงานเข้าไว้ด้วยกันจะส่งผลให้งานที่ทำทั้งหมดนั้นมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดมากขึ้น
Multitask หรือการทำ Task Switching เป็นสิ่งที่รู้กันมานานพอสมควร หลักการเดียวกันนี้ได้ถูกเอาไปประยุกต์ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่นเราสามารถเล่นเว็ปไซต์ระหว่างฟังเพลงในเครื่องไปได้โดยคอมพิวเตอร์มีความสามารถมากพอที่จะประมวลผลการทำงานของสองอย่างไว้ด้วยกัน แต่สำหรับมนุษย์การทำ Multitask ในระยะยาว จะส่งผลให้ความจดจ่อต่องานมีสั้นลง, การตัดสินใจแย่ลง, ความจำสั้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวมันคงไม่กระทบอะไรมากหากเป็นพนักงาน Office ทั่วไป แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่เรดาร์การบิน, แพทย์, หรือวิศวกร ผลกระทบอาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น
เอกสารอ้างอิงและบทความทางวิชาการหลายเรื่อง ไม่ได้คัดค้านการทำ Multitask หรือ Human Task Switching เพียงแค่ชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์ของการทำมันก็อาจจะไม่ดีนัก หนึ่งในนั้นเป็นบทความของ LA Times โดย David E. Meyer นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้ให้ความเห็นว่าการทำงานของคนเราจะจัดการงานที่จับต้องได้ทีละเรื่อง การได้ทำงานหลายๆ เรื่องในขณะเดียวกันจะเป็นการเพิ่มเวลาของสมองในการหยุดงานเรื่องหนึ่งเพื่อย้ายไปทำงานอีกเรื่องหนึ่ง การรวมงานเข้าไว้ด้วยกันจะส่งผลให้งานที่ทำทั้งหมดนั้นมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดมากขึ้น
Multitask หรือการทำ Task Switching เป็นสิ่งที่รู้กันมานานพอสมควร หลักการเดียวกันนี้ได้ถูกเอาไปประยุกต์ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่นเราสามารถเล่นเว็ปไซต์ระหว่างฟังเพลงในเครื่องไปได้โดยคอมพิวเตอร์มีความสามารถมากพอที่จะประมวลผลการทำงานของสองอย่างไว้ด้วยกัน แต่สำหรับมนุษย์การทำ Multitask ในระยะยาว จะส่งผลให้ความจดจ่อต่องานมีสั้นลง, การตัดสินใจแย่ลง, ความจำสั้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวมันคงไม่กระทบอะไรมากหากเป็นพนักงาน Office ทั่วไป แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่เรดาร์การบิน, แพทย์, หรือวิศวกร ผลกระทบอาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น
24 December 2013
กัมพูชา Series: AEON Mall Hyper Market Phnom Penh
เพิ่งจะไปกัมพูชามาหมาดๆ เพราะต้องไปดูงานระบบด้าน IT เพราะ Office จะต้องเปิดสาขาที่นั่น (แค่ที่ไทยก็ทำไม่ทันแล้วเนาะ) สำหรับตัว AEON เอง มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น มีการวางรูปแบบร้านค้า และที่พนมเปญสาขาแรก มีขนาดพื้นที่ให้เช่าทั้งหมดใหญ่ถึง 100,000 ตารางเมตร
จากการไปดูคร่าวๆแล้ว การก่อสร้าง ณ เดือนธันวาคม 2556 เสร็จไปแล้วถึง 70% งานที่เหลือก็จะเป็นแค่งานฉาบ, สี, และการตกแต่งภายในเท่านั้น
ซึ่งโครงการนี้เป็นการลงทุนจากภาคเอกชนที่วัดดวงกับสภาพสังคมในกัมพูชาอย่างยิ่งอีกอย่างหนึ่ง เพราะพื้นที่ตั้งอยู่ในดงเศรษฐีใหม่ แต่ก็ยังมีคู่แข่งคือ Naga World ที่เป็น Mall ที่มีขนาดใหญ่เหมือนกัน
สำหรับเราคงต้องแวะเวียนไปอีกหลายครั้งกว่าจะเสร็จงานทั้งหมด
![]() |
| Aeon Mall Phnom Penh, Cambodia Artist Concept Image from Investvine.com |
| Construction of Aeon Mall Phnom Penh, Cambodia |
สำหรับเราคงต้องแวะเวียนไปอีกหลายครั้งกว่าจะเสร็จงานทั้งหมด
Written by Tiwakorn Laophulsuk
08 November 2013
ชีวิต System Engineer
สำหรับคนที่ต้องนั่งทำระบบคอมพิวเตอร์อยู่หลังกำแพง ไม่ค่อยมีเครือข่ายสังคม เวลาทำงานก็อยู่ในช่วงรอบเวลาแปลกๆไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง ผมถือว่านั่นแหละคือชีวิตของ System Engineer
งาน System Engineer ในมุมของคนทั่วไปจะมองข้ามเพราะไม่ได้เห็นเป็นประเด็นสำคัญในหน่วยงานหรือองค์กร เทียบไม่ได้กับ Sales หรือ Marketing ที่สำคัญต่อการหาเงินมากกว่า หรือฝ่ายงานบุคคลมักจะคิดว่าการที่พอมีคนทำระบบ IT ให้นั้นก็เพียงพอต่อการรองรับความต้องการในการแก้ไขปัญหาแล้ว หรืองานบริหารจะเห็นว่าคนกลุ่มนี้งานน้อยจัง กลางวันก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเปิดแต่หน้าจอดำๆ แต่ในเบื้องลึกแล้ว ผู้ที่ทำหน้าที่เหล่านี้มีรายละเอียดในการทำงานอย่างมากมายเพื่อที่จะทำให้ระบบสามารถทำงานอยู่ได้เป็นปกติ หากเพื่อช่วยให้การรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น ก็ต้องหมั่นเพียรในการดูแลเป็นพิเศษ
| Images from iconarchive.com |
งาน System Engineer ในมุมของคนทั่วไปจะมองข้ามเพราะไม่ได้เห็นเป็นประเด็นสำคัญในหน่วยงานหรือองค์กร เทียบไม่ได้กับ Sales หรือ Marketing ที่สำคัญต่อการหาเงินมากกว่า หรือฝ่ายงานบุคคลมักจะคิดว่าการที่พอมีคนทำระบบ IT ให้นั้นก็เพียงพอต่อการรองรับความต้องการในการแก้ไขปัญหาแล้ว หรืองานบริหารจะเห็นว่าคนกลุ่มนี้งานน้อยจัง กลางวันก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเปิดแต่หน้าจอดำๆ แต่ในเบื้องลึกแล้ว ผู้ที่ทำหน้าที่เหล่านี้มีรายละเอียดในการทำงานอย่างมากมายเพื่อที่จะทำให้ระบบสามารถทำงานอยู่ได้เป็นปกติ หากเพื่อช่วยให้การรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น ก็ต้องหมั่นเพียรในการดูแลเป็นพิเศษ
01 November 2013
เป็น IT Project Manager คุณแน่แค่ไหน ลองแต่งงานดู
สำหรับนักบริหารรุ่นเล็กสมัยใหม่ เมื่อเข้าสู่ช่วง 23 - 30 ปี ก็ต้องมาพร้อมกับเรื่องคู่ชีวิต เพราะการแต่งงานถ้ามองแบบยุคสมัยใหม่มันก็เป็นแค่พิธีการธรรมดาๆ แต่เหตุที่สังคมยังต้องมีการแต่งงานอยู่ยังมีเหตุผลจำเป็นในด้านประเพณีและวัฒนธรรม
พิธีแต่งงานจึงเป็นงานที่จะทำให้ยุ่งยากก็ได้ หรือจะทำให้ง่ายก็ได้ มีการจัดในหลากหลายศาสนาและความเชื่อ ซึ่งผมคิดว่าแต่ละศาสนาคงมีความยุ่งยากไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่ ทางเลือกการจัดการงานแต่งก็สามารถเลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซื้อ Package สำเร็จรูป, บริหารจัดการเอง, หรือมอบหมายให้ผู้ใหญ่จัดการให้ในบางส่วน
คู่บ่าวสาวจึงเลยต้องมาทำหน้าที่เป็น Project Manager ขนาดย่อม โดยจะต้องตัดสินใจทั้งรูปแบบและทางเลือก รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในกรอบเวลาที่มีจำกัด เพราะการจัดงานนี้ไม่สามารถจะออกแบบโดยคร่าวๆได้ เพราะในรายละเอียดแต่ละอย่างจะต้องขุดลึกลงไปถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุด หลายคู่ในตอนเริ่มก็คิดวางแผนจะทำโน่นนี่ไว้อย่างหรูหรา พอลงรายละเอียดแล้วก็อาจจะต้องตัดทิ้งไป เพราะรายละเอียดเยอะจนจัดการไม่ไหว
พิธีแต่งงานจึงเป็นงานที่จะทำให้ยุ่งยากก็ได้ หรือจะทำให้ง่ายก็ได้ มีการจัดในหลากหลายศาสนาและความเชื่อ ซึ่งผมคิดว่าแต่ละศาสนาคงมีความยุ่งยากไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่ ทางเลือกการจัดการงานแต่งก็สามารถเลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซื้อ Package สำเร็จรูป, บริหารจัดการเอง, หรือมอบหมายให้ผู้ใหญ่จัดการให้ในบางส่วน
คู่บ่าวสาวจึงเลยต้องมาทำหน้าที่เป็น Project Manager ขนาดย่อม โดยจะต้องตัดสินใจทั้งรูปแบบและทางเลือก รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในกรอบเวลาที่มีจำกัด เพราะการจัดงานนี้ไม่สามารถจะออกแบบโดยคร่าวๆได้ เพราะในรายละเอียดแต่ละอย่างจะต้องขุดลึกลงไปถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุด หลายคู่ในตอนเริ่มก็คิดวางแผนจะทำโน่นนี่ไว้อย่างหรูหรา พอลงรายละเอียดแล้วก็อาจจะต้องตัดทิ้งไป เพราะรายละเอียดเยอะจนจัดการไม่ไหว
18 October 2013
เครื่องสำอางค์เกาหลี ขายในไทยต้องแพงกว่า 2 เท่า
![]() |
| Myeongdong [Photos by David (randomwire)] |
Blog นี้ด้วยความกึ่งเป็น insider เขียนนิดหน่อย เพราะการที่เราทำงานในบริษัทที่นำเข้าเครื่องสำอางค์เกาหลี (ถ้าไปดูประวัติผมก็รู้ทันทีแหละว่าทำงานอยู่ไหน) ก็เลยพอรู้ Process การทำงานบ้าง ซึ่งในมุมมองแบบตรงไปตรงมา การที่เรามีโอกาสเดินทางไปที่แหล่งขายจริงๆที่เกาหลี และรับทราบราคาขายหน้าร้านในไทย ก็ฟันธงเลยทันทีว่าราคาแพงกว่า 2 เท่านั้นเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย แถมบางรายการแพงกว่าเป็น 2.5 เท่าด้วยซ้ำ
เพื่อไว้ตอบคำถามเพื่อนๆว่า ทำไมสินค้านำเข้าตัวนี้ถึงต้องคูณขึ้นไปขนาดนั้น ถ้ามานั่งมองกระบวนการจากภายในเชิงลึกแล้วผมตอบว่า การที่ราคาขายในไทยของแต่ละ Brand ต้องเป็นแบบนี้มันมีหลายประเด็นที่ผู้ซื้อในไทยอาจจะไม่ได้คิดถึงกระบวนการ และที่มาที่ไปของเหตุผลการเพิ่มราคาของสินค้าในหลายมิติดังนี้นะครับ
01 October 2013
งานกับอิสระของชีวิต
| Images from iconarchive.com |
- ข้าราชการหรือองค์กรของรัฐ
- ภาคเอกชน
- ภาค MLM
- และวิชาชีพอิสระ หรือ Freelance
แม้ความฝันคือการได้มีความอิสระในการใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ การท่องเที่ยวและได้ไปในที่ที่เราอยากจะไป บางครั้งต้องแขวนไว้กับความรับผิดชอบตามไปด้วย เพราะเมื่อใดที่งานเกิดปัญหาขึ้นมาก็ต้องแบกรับแก้ไขกันไปตามแต่ความเหมาะสม จะง่ายจะยากอยู่ที่การวางแผนรองรับ
ทุกวันนี้การทำงานไปสลับทำกิจกรรมในสิ่งที่เราฝันไว้จึงเป็นเพียงหนทางหนึ่งที่ช่วยให้รางวัลกับชีวิตได้ จึงไม่มีงานไหนเป็นอิสระอย่างแท้จริงนอกจากจะทำตัวเป็นผู้ว่างงานเท่านั้น
ความง่ายไม่ใช่ให้เลือกงานที่รัก แต่ให้หาข้อดีของงานเพื่อให้รักงานที่จะทำ ความเป็นอิสระอาจจะจะเริ่มจากตรงจุดง่ายๆนี้ก็เป็นได้
Written by Tiwakorn Laophulsuk
Subscribe to:
Posts (Atom)











